หลุด!!! ข้อมูลรายละเอียดของ Sony Xperia E4 สวยหรูดูดี

Sony Xperia E4

สำหรับในช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีข่าวในเรื่องราวของสมาร์ทโฟนมากเท่าไหร่ วันนี้เราก็เลยขอหยิบเอาข่าวคราวของสมาร์ทโฟนมาให้ได้พิจารณาชื่นชมกันสักครั้ง เพราะว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นที่จับตามองของคอคนรักสมาร์ทโฟนอยู่ เมื่อมีข่าวมาอัพเดตก็ต้องรีบนำมาเสนอให้ได้ทราบกัน สำหรับข่าวในวงการสมาร์ทโฟนที่เราหยิบมาแนะนำกันวันนี้ก็คือ ข้อมูลรายละเอียดของ Sony Xperia E4 ที่ได้ข่าวว่ามีข้อมูลที่หลุดออกมา ไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าค่ะ

  • ทางด้านของรูปลักษณ์ตัวเครื่องนั้นทำจากพลาสติกแข็งคุณภาพสูงเลยทีเดียว แน่นอนว่าผู้ใช้งานจะรู้สึกได้เหมือนกับว่าคุณกำลังใช้งานสมาร์ทโฟนที่ทำมาจากเซรามิกเลยทีเดียว
  • ส่วนทางด้านของสเปคของเครื่องก็มีความน่าสนใจไม่น้อยค่ะเริ่มต้นด้วยหน้าจอที่มีขนาด 5 นิ้ว ให้ความรู้สึกชัดเจนทุกการใช้งาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat มีระบบชิป MediaTek MT6582 ที่มาพร้อมกับซีพียูควอดคอร์ 1.3 กิกะเฮิรตซ์ ทางด้านของแรมจัดมาที่ 1 กิกะไบต์

แน่นอนว่าเมื่อมีการออกตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ออกมาแบบนี้ก็ต้องมีการทดสอบในเรื่องของคุณภาพกันบ้างว่าจะมีความน่าสนใจแค่ไหนกัน ซึ่งการทดสอบด้วย AnTuTu ปรากฏว่า Sony Xperia E4 รุ่นนี้มีคะแนนโดยรวมที่น้อยกว่ารุ่นปัจจุบันนั่นคือรุ่น Sony Xperia E4 นี้ได้คะแนน 17,857 คะแนน แต่รุ่น Xperia E3 กลับได้ 18,270 คะแนน อย่างไรก็ตามก็ยังมีหลายคนที่ให้ข้อสังเกตว่าในส่วนของราคานั้นอาจจะมีความแตกต่างกันตามคะแนนที่ได้ทดสอบออกมา และมีการคาดกันว่าในส่วนของราคาจะอยู่ที่ ประมาณ 200 ดอลลาร์ สำหรับใครที่อยากจะจับจองเป็นเจ้าของก็สามารถติดตามได้ค่ะ และจะมีการวางขายไม่น่าจะเกินเดือนมีนาคม 2015 นี้ โดยจะมีการเปิดตัวที่งาน MWC 2015 เสียก่อน

มาแล้วบริการชำระค่าแท็กซี่ผ่านทางบัตรเครดิตกสิกรไทยผ่านทาง mPOS

ช่วงนี้มีข่าวในเรื่องของการใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินมากมาย และล่าสุดทางธนาคารกสิกรไทยก็มีกับเขาเหมือนกัน โดยมีการขยายบริการชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตให้ครอบคลุมมากขึ้น นั่นก็คือการให้บริการชำระค่าแท็กซี่ผ่านทางบัตรเครดิตกสิกรไทยผ่านทาง mPOS ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว โดยธนาคารกสิกรไทยได้ทำการร่วมมือกับ GrabTaxi ทำการติดตั้งระบบที่มีชื่อว่า mPOS ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการชำระเงินค่าแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า แต่ว่าแท็กซี่เหล่านั้นจะต้องเป็นสมาชิกของ GrabTaxi หรือรถ GrabCar นะค่ะ และที่สำคัญไปมากกว่านั้นลูกค้าสามารถที่จะเลือกชำระได้ทุกธนาคารตามต้องการอีกด้วยละค่ะ

ถ้าไม่เริ่มทำเว็บไซต์วันนี้ จะไปทำเว็บไซต์วันไหน

อาจารย์สมัยนี้ก็จะสอนวิชาทำเว็บไซต์เข้ามาด้วย โดยส่วนมากถ้าไม่ใช่สาย Programming จริงๆ ก็จะสอนเกี่ยวกับพวก CMS เพราะว่าสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งแล้วก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้เลย อย่างน้อยๆก็มีหน้าเว็บขึ้นระบบออนไลน์ได้โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบโปรแกรมมิ่งเท่าไร

แต่ถ้าเราจะทำให้เว็บไซต์ออนไลน์ได้นั้น เราจะต้องรู้เกี่ยวกับการเช่าโฮสติ้งและจดโดเมนด้วย แล้วก็จะมีค่าใช้จ่าย สำหรับการเริ่มต้นทำเว็บไซต์นั้น เราสามารถที่จะเช่า Hosting รายปีได้ เพราะว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ยังไม่เยอะเท่าที่ควร แต่ถ้าอนาคตเว็บไซต์เรามีผู้เข้าชมเยอะขึ้น เราอาจจะต้องปรับแพ็คเกจให้สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบเว็บโฮสติ้งก็จะเยอะขึ้นนั่นเอง

สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าระบบ Hosting ก็แนะนำให้เลือกหาที่เป็นระบบคลาวด์ เพราะว่าเป็นอะไรที่ใหม่และตอบโจทย์การให้บริกรเว็บไซต์อย่างแท้จริง เน้นการ Uptime ลดการ Downtime ทำให้เราสบายใจอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ฟีเจอร์ลับแจ้งเตือนที่ซ่อนอยู่บน Nexus 6 ที่บางคนอาจจะยังไม่รู้

แน่นอนว่าก่อนที่จะซื้อสมาร์ทโฟนแต่ละครั้งนั้นเราก็จะต้องพิจารณาเสียก่อนว่าโทรศัพท์รุ่นที่เราต้องการซื้อนั้นมีความสามารถที่จะตอบรับสิ่งที่เราต้องการมากแค่ไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าฟีเจอร์ ฟีเจอร์เป็นสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มการใช้งานสมาร์ทโฟนของเรามากขึ้น และปัจจุบันก็มีการเพิ่มและคิดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจและทันสมัยออกมามากมาย และเราต้องยอรับว่าเพราะฟีเจอร์ใหม่ๆเหล่านี้แหละ ที่เป็นอีกหนึ่งส่วนของการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีชื่อว่า Nexus 6 เป็นรุ่นที่ฮือฮากันไม่น้อย เพราะมีฟีเจอร์ที่ค่อนข้างน่าสนใจและประกอบกับความสามารถหลายอย่าง จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นสมาร์ทโฟนที่มีผู้ใช้ให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานจากผู้ใช้ว่า มีฟีเจอร์ลับที่หลายคนอาจจะยังไม่ทันได้สังเกตในตัว Nexus 6 ก็คือ LED ที่ซ่อนอยู่หลังลำโพงด้านบน แต่ว่า LED นี้ไม่ได้ถูกกำหนดค่ามาให้ใช้งานได้ตั้งแต่เริ่มต้น แน่นอนว่าคุณไม่สามารถใช้งาน LED นี้ได้ในการแจ้งเตือนต่างๆที่คุณชอบ แต่ว่าคุณจะสามารถใช้งาน LED นี้ได้ในการตั้งค่าโหมดเงียบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการได้ยิน แต่ว่าในปัจจุบันดูเหมือนว่าทางกูเกิลจะถอดฟีเจอร์ตัวนี้ออกจาก Android Lollipop ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น Nexus 6 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android คงจะต้องติดตามนักพัฒนาภายนอกว่าจะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้กับฟีเจอร์นี้หรือไม่อย่างไร

เปิดตัวอุปกรณ์เพื่อสุขภาพแบบสวมใส่ได้จาก Jawbone

UP3 & UP MOVE

ปัจจุบันมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยมากมายออกมาให้กับผู้ใช้ได้ลองใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ออกมาเพื่อใช้งานทางด้านไอทีต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ ที่มีการผลิตออกมาให้ใช้อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าวันนี้เราก็มาพร้อมกับอีกหนึ่งรายละเอียดของข่าวสารอุปกรณ์แบบสวมใส่เพื่อสุขภาพที่มีชื่อว่า UP3 และ UP MOVE จากค่าย Jawbone ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยรายละเอียดของแต่ละรุ่นมีดังต่อไปนี้ค่ะ

  • อุปกรณ์รุ่น UP3 ซึ่งอุปกรณ์รุ่นนี้จะเป็นแบบสายรัดข้อมือ ที่สามารถสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย ทางด้านของรูปลักษณ์ภายนอกของ UP3 ก็จะมีรูปร่างที่เล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ มีการปรับปรุงในส่วนของอัลกอริทึมใหม่ให้ดีกว่าเดิม เพิ่มความสามารถในการตรวจวัดต่างๆที่มีความสามารถและประโยชน์มากมาย เช่น ใช้ในการตรวจสอบผิวหนัง อัตราการเต้นของหัวใจ ใช้ตรวจวัดอุณหภูมิโดยรอบ เป็นต้น
  • อุปกรณ์รุ่น UP MOVE อุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้ในการติดไว้กับเสื้อผ้า มีความสามารถในการตรวจวัดการเคลื่อนไหวของร่างกายได้เป็นอย่างดีค่ะ หรือในขณะที่คุณนอนหลับก็สามารถที่จะตรวจวัดการเคลื่อนไหวได้เช่นกัน แต่ควรจะเปลี่ยนมาเป็นแบบสายรัดข้อมือแทนค่ะ

ซึ่งอุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ได้รับความสนใจจากบรรดาคนรักสุขภาพไม่น้อยเลยค่ะ เพราะว่าสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ในส่วนของความทนทานของถ่านสามารถใช้งานได้นานถึง 6 เดือนด้วยกัน โดยถ่าน 1 ก้อนจะสามารถอยู่ได้นาน 6 เดือนนั่นเอง สำหรับใครที่สนใจอยากได้เป็นเจ้าของก็สามารถซื้อหากันได้เลยค่ะ โดยอุปกรณ์รุ่น UP3 จะมีราคาขายอยู่ที่ 179.99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 5,800 บาท และในอุปกรณ์รุ่น UP MOVE จะมีราคาขายอยู่ที่ 49.99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,600 บาท

มาอีกแล้วฟีเจอร์ Voice Typing พิมพ์ข้อความด้วยการพูดในระบบ Android และ iOS 8

เชื่อว่าทุกคนจะต้องผ่านอารมณ์ก้มหน้าพิมพ์ข้อความ เพื่อที่จะส่งสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้กับเพื่อนๆในช่องแชทในโลกโซเชียล แต่บางครั้งมันก็ไม่ได้สะดวกที่จะพิมพ์ทุกครั้งเสมอไป เพราะฉะนั้นถ้าเราจะช่วยย่นระยะเวลาให้สามารถพิมพ์ข้อความได้น้อยลง แต่มีข้อความที่ต้องการสื่อสารเท่าเดิมก็คงจะดี เพราะสิ่งที่น่าสนใจหรือข่าวที่น่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นอีกข่าวในวงการโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่หลายคนรอคอยอยากใช้ฟีเจอร์นี้ เพราะเมื่อครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS 8 กันมาแล้ว ครั้งนี้ขอพูดถึงผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android บ้างดีกว่าค่ะ

Voice Typing

ฟีเจอร์ใหม่นี้มีชื่อว่า Voice Typing ฟีเจอร์พิมพ์ด้วยคำสั่งพูด แต่ก่อนที่คุณจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้จะต้องมีการอัพเดตแอพพลิเคชั่น Google Search เสียก่อน ในส่วนของระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ใช้นั้นจะต้องมีระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly bean ขึ้นไปค่ะ จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ Voice Typing นี้ได้ หลังจากนั้นให้เริ่มตรวจสอบคีย์บอร์ดในโทรศัพท์ของคุณดูซิค่ะว่ามีไอคอนรูปไมโครโฟนขึ้นหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีก็ต้องทำการดาวน์โหลดจาก Google เสียก่อน วิธีการใช้ก็ไม่ยากเลยค่ะ แต่ว่าจะต้องมีการตั้งค่าเสียก่อนค่ะว่าจะต้องกำหนดภาษาที่จะใช้เสียก่อน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และไม่ต้องเปลี่ยนสลับไปมา เมื่อคลิกที่ Apps และให้เลือก Google Setting จากนั้นเลือก Search & Now เมื่อเข้ามาสู่ขั้นตอนนี้แล้วให้เลือกที่ Voice ไปต่อที่ Language ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเลือกตั้งค่าเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพราะว่าโดยปกติแล้วเราจะใช้งาน 2 ภาษานี้เป็นประจำ เพราะฉะนั้นการตั้งค่า 2 ภาษานี้ไว้จะช่วยให้การใช้งาน Voice Typing สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

ของเล่นมาใหม่ฟีเจอร์ ON-AIR จาก LINE

ในช่วงนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับแอพพลิเคชั่นแชทที่มีชื่อว่า LINE เพราะว่าไม่ว่าใครก็ต้องเล่น LINE จะติดต่อสื่อสาร ทักทาย ชวนไปเที่ยวไหน ก็ต้อง LINE อย่างเดียว และล่าสุดได้มีการเปิดตัวบริการชุดใหม่หรือฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า ON-AIR ขอบอกว่าฟีเจอร์นี้น่าสนใจอย่างมากค่ะ เพราะจะทำให้คุณสามารถจะคุยกับแฟนๆได้เหมือนกับรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่คุณเคยได้เห็นกันนั่นเองค่ะ ซึ่งการทำงานของฟีเจอร์ ON-AIR ก็คือ ผู้ที่ส่งคำถามออกไปจะกระจายไปยังทุกคนและจะได้รับคำตอบกลับมา ถ้าหากใครคิดภาพไม่ออกก็ลองนึกถึงรายการวิทยุดูค่ะ แล้วจะต้องร้องอ๋อเลยหละ สำหรับบ้านเราก็คงต้องรอว่าจะมีศิลปินคนไหนมีการใช้บัญชี LINE@ กันบ้างติดตามกันต่อไปค่ะ

LINE ON-AIR

VPS คืออะไร ?

VPS

VPS (Virtual Private Server) คือ การจำลอง Hardware เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการ ซึ่งการใช้บริการ VPS ก็คือ การแบ่งส่วนหนึ่งของเซิฟเวอร์มาใช้บริการ เช่น เซิฟเวอร์มี 16 Core CPU, 32GB RAM, 1TB HDD การเช่าทั้งเครื่องเซิฟเวอร์จะมีราคาที่ 5,000 บาท/เดือน แต่หากเราไม่ต้องการใช้ทรัพยากรทั้งหมดของเซิฟเวอร์ โดยความต้องการมีเพียง 2Core CPU, 4GB RAM, 100GB HDD เราก็เช่าเพียงแค่ที่เราต้องการ โดยเซิฟเวอร์จะต้องติดตั้งตัวจัดการการจำลองบนเซิฟเวอร์ (Virtual Server) อาทิเช่น VMware Esxi, Proxmox, OpenVZ, KVM, XEN เป็นต้น ขึ้นอยู่กับการที่ผู้ให้บริการจะเลือกซอฟต์แวร์สำหรับจำลอง VPS นั้นๆ โดยราคาการเช่า VPS ก็จะถูกกว่าการเช่าทั้งเซิฟเวอร์นั่นเอง ราคาอาจจะเริ่มจาก 500 บาท/เดือน ขึ้นไป

สำหรับท่านที่กำลังมองหาการเช่า VPS เพื่อความเป็นส่วนตัว การประหยัดค่าใช้จ่าย และเพื่อความนิ่งของระบบ ปัจจุบันนี้ไม่พูดก็คงไม่ได้ เรื่องของเทคโนโลยี Cloud VPS ก็แนะนำให้ไปดูราคา VPS ได้ที่ CloudHost.in.th ได้เลย

ปล่อยขึ้น GitHub แล้วสำหรับช่องโหว่ BadUSB ที่เป็นข่าวอยู่ในช่วงนี้

เรื่องของความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่น ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า SR Labs เป็นบริษัทวิจัยความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันได้ออกมาพูดถึงเรื่องของช่องโหวที่เกิดขึ้นกับ USB ซึ่งลักษณะของ USB ที่ไม่มีคุณภาพและมีช่องโหว่ดังกล่าวก็คือ BadUSB นั่นเอง ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ที่มีผู้ใช้งานมากมายในปัจจุบัน จึงทำให้ยังไม่มีการเผยแพร่ซอร์สโค้ดเกี่ยวกับช่องโหว่ดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด แต่ล่าสุดได้มีอีกหนึ่งทีมวิจัยที่ออกมาทำการเผยแพร่ซอร์สโค้ดช่องโหว่ที่ว่านี้แล้วบน GitHub พร้อมกับได้ออกมาให้เหตุผลถึงการที่นำเอาซอร์สโค้ดมาเปิดเผยครั้งนี้อีกด้วย

ทางด้านของทีมวิจัยที่ประกอบไปด้วย 2 ผู้เชี่ยวชาญ คือ Adam Caudill และ Brandon Wilson ที่มีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยซอร์สโค้ดดังกล่าว ได้ออกมาระบุในงาน Derbycon hacker ว่าพวกเขาได้ประสบความสำเร็จในงานวิจัย BadUSB ของ SR Labs โดยพวกเขาได้ปล่อยให้ซอร์สโค้ดช่องโหว่ดังกล่าวนี้ขึ้นบนระบบ GitHub โดยมีเป้าหมายต้องการให้นึกถึงความอันตรายของช่องโหว่ที่เกิดขึ้น และเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิต USB ออกมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้มีมาตรฐานมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้แล้ว Caudill หนึ่งในนักวิจัยได้ออกมาระบุว่าการปล่อยซอร์สโค้ดขึ้นบนระบบ GitHub เป็นการตัดสินใจที่มีความท้าทายอย่างมาก เพราะเขาเองทราบดีว่าจะเกิดผลกระทบขึ้นในวงกว้าง ถ้าหากมีการปล่อยซอร์สโค้ดที่ว่านี้ออกไป แต่ส่วนตัวเขาเองก็ยังคงหวังว่าการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขอะไรบางอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามต้องติดตามรอดูกันต่อไปว่า จะมีพัฒนาระบบความปลอดภัยในรูปแบบใดออกมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เพราะเมื่อมีการออกมาพูดถึงช่องโหว่ของความปลอดภัย USB ขนาดนี้แล้วก็คงจะต้องออกมาทำอะไรกันสักอย่างแล้วละค่ะ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และตามมาได้ในอนาคต

เกิดปัญหาแล้วเมื่อ iOS 8 มีปัญหากับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นผ่านบลูทูธ

iOS 8

ล่าสุดมีการอัพเดตระบบปฏิบัติการของ iOS จากเดิมเข้าสู่ iOS 8 แรกเริ่มก็แลดูว่าจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ว่าเมื่อผู้ใช้งานได้ลองใช้งานก็เริ่มรู้สึกว่ามันจะมีปัญหาเสียแล้วค่ะ ว่าแต่จะมีปัญหาอะไร อย่างไร ต้องตามไปดู ซึ่งมีการรายงานจากผู้ใช้งานบน Apple Support และเว็บไซต์ว่า iOS 8 และ iOS 8.0.2 ที่รันบนเครื่องรุ่นเก่า iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ว่าเกิดปัญหาในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นผ่านบลูทูธ เช่น หูฟัง ลำโพง ระบบเครื่องเสียงในรถยนต์ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายลักษณะตั้งแต่ ไม่สามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้ การเชื่อมต่อขาดหายไปเมื่อมีสายเรียกเข้า เป็นต้น

มีผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวกับ MacRumors ว่า ทางค่าย Apple ได้รับทราบปัญหาของการเชื่อมต่อกับระบบเครื่องเสียงในรถยนต์แล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไข และยังมีผู้ใช้อีกรายหนึ่งกล่าวว่าหากล็อกเอาท์ iCloud ลบอุปกรณ์ที่ถูกจับคู่ไว้ และใช้ฟังก์ชัน Reset All Settings และหรือ Reset Network Settings จากนั้นให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง และเริ่มจับคู่อุปกรณ์ใหม่อีกครั้ง และเข้าล็อกอิน iCloud อีกครั้งหนึ่งก็จะประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อ แต่ก็มีผู้ใช้งานอีกกลุ่มหนึ่งที่ระบุว่าเมื่อเปลี่ยนระบบปฏิบัติการมาใช้ iOS 8.1 แล้วไม่เกิดปัญหาในเรื่องของการเชื่อมต่อดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการใช้ฟังก์ชั่น Reset All Settings อาจทำให้ข้อมูลสูญหายได้ และสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ทางค่าย Apple จะต้องติดตามแก้ไขให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เพราะทำให้ผู้ใช้งานหลายคนเริ่มอารมณ์เสียกับความไม่สมบูรณ์แบบของระบบปฏิบัติการ